ผู้เขียน หัวข้อ: [Naro-⑨-Project] Mission 6 : "Seed A Barren Earth"  (อ่าน 12289 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
[Naro-⑨-Project] Mission 6 : "Seed A Barren Earth"
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 01:39:39 PM »
Welcome to Raven's Nest



Armored Core "Nine" Project


Introduction :

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=e8bsD1w6DHo&feature=related[/youtube]

Nineball เอาง่ายๆ มันคือบอสที่มีมาตั้งแต่ภาค 1 ของซีรี่ Armored Core โดยตัวตนที่แท้จริงคือ AI ที่เรียนรู้การต่อสู้เพื่อพัฒนาตนเองเป็น Ultimate AI แต่สุดท้ายก็โดน Raven ถล่ม บทบาทจริงๆ หมดไปตั้งแต่ภาค 1 แล้ว แต่มาแจมในภาคอื่นๆบ่อยๆ  ภาค 2 มาทั้งตัว  ภาค 3 มาแจมในภาค Nine Breaker ในร่างใหม่ ภาค Nexus มาในรูปของ Prototype Pulvalser ภาค 4/FA มาในรูป Emblem ที่จะปลดล็อคถ้าได้แร็ง S ครบทุกด่าน ทุกระดับความยากส์ และมาแจมในเกมส์ ACE-R

Inspiration :



พอดีพอเกมส์ ACV ออกเลยไปหาคลิบคาม Nico nico เลยไปเจอตาไวท์อามี่นี่เข้า  พี่แกทำไปรีวิวไปดูสนุกดี  จริงๆก็เห็นมานานแล้ว แต่ไม่ได้เข้า Nico มานานมากแล้ว  เห็นตานี่รีวิวสนุกดีเลยอยากทำมั่ง  แต่ไม่มีปัญญาถ่ายคลิบ เลยถ่ายรูปเอาละกัน (ฮา)
เรื่องฟีมือ ผมว่ายังเฉยๆ  แต่ลูกบ้ากับลูกฮาพี่แกได้จริงๆ
http://nicoviewer.net/sm16411637



Open Box :


เป็นรุ่นของภาค 1 สมัย PS1 จริงๆยังขาด Seraph อีกตัว


แผง


ตัวเอมเบลม สกรีนมาให้


ทำสีมาให้บางส่วน



ดีเทลคม ลายละเอียดเยอะ


โมโคโต เขาจะเน้นพวก Detail มากเป็นพิเศษ ร่องเป็นร่อง ดีเทลเป็นดีเทล บางครั้งแยกชิ้นส่วนมาวุ่นวายมาก  แต่เพื่อลายละเอียดแบบคมกริบ ถ้าเป็นบันไดจะเน้นต่อง่าย(และอาจจะมักง่ายด้วย) บางครั้งดีเทลให้มาจะเป็นแบบหลอกๆ คือร่องตื้น วอชไม่ติด จนต้องใช้กันดั้มมาร์คเกอร์เอาไม่งั้นวอชไม่ได้ เพราะมันไม่มีร่อง แค่ทำหลอกๆเอา

Assembly :



อุปกรณ์ ก็ดังรูป  คีมผมไม่ได้ใช้คีมเทพนะ ใช้แบบกลางๆนี่แหล่ะ  เพราะตัดไปสุดท้ายก็เอาอาร์ทไนฟ์เฉือนคมอยู่ดี  คีมอันใหญ่ๆเป็นคีมตัดลวด เพื่อต้องดามเหล็ก หรือซ่อมจุดที่หัก
อาร์ทไนฟ์เป็นอุปกรณ์หลัก มีดอีกอัน แต่เล็กกว่าเรียก Designs Knife ตัวมีดเล็กกว่า เหมาะกับตัด Decal มากกว่า เพราะใบมันเล็กกว่า เลยใช้แรงมากกว่าเวลาใช้งาน


หลักๆ จริงๆก็ใช้แค่นี้แหล่ะ   แผงพยายามแยกให้หยิบจับง่าย แผงอันใหนยังไม่ใช้ก็แยกไปก่อน เช่น แผงอาวุธทั้งแผง


การประกอบ อย่างที่บอกว่าผมใช้ตัดให้เหลือเดือนแล้วตัดออกเอาทีหลัง  มั่นใจได้มากกว่าคีมตัด  เพราะตัดตรงๆบางทีคีมอาจกินเนื้อได้ และเอาจริงๆมันหน้าตัดเรียบสู้อาร์ทไนฟ์ไม่ได้หรอก 


บางชิ้นมั่งใจว่าต่อแล้วไม่เห็นรอยตัดก็ตัดตรงจากแผงเลย


ชิ้นเล็กๆ..... เยอะมาก ตามสไตรืซีรี่นี้


พวกชิ้นเล็กๆอย่างงี้  หากล่องใส่แยกไปเลย หลังทำสีแล้วค่อยติดกาวตาย 


การประกอบของผม  จะใช้ดูคู่มือแล้วตัดรวดเดียวเป็นหลัก คือดูหน้าทั้งหน้าว่าใช้ชิ้นใหนมั่ง จากนั้นก็ตัดไล่ไปเลย  ชิ้นส่วนที่มันสองข้างก็ตัดมันรวดเดียวเลย


แล้วก็มาเก็บรอยตัดรวดเดียวเหมือนกัน  จากนั้นก็ประกอบรวดเดียวเลย วิธีนี้จะทำให้ต่อไวขึ้น เพราะไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณืที่จับไปมา  ตัดก็ตัดรวดเดียบ เก็บรอยตัดก็รวดเดียว แล้วก็ประกอบรวดเดียว


แต่ไม่แนะนำมือใหม่ เพราะอาจทำชิ้นหายได้ หรือเกิดความสับสนระหว่างประกอบ เหมาะกับพวกต่อมาจนเยอะแล้ว  แล้วอยากทำเวลา


มาที่ส่วนขามั่ง


ชิ้นกลมๆ ใช้ตัดจากแผงเหมือนกัน  บางทีก็ต้องใช้ทางต่างระดับเข้าช่วย






ชิ้นใส เป็นอันเดอร์เกจ


ชิ้นบางอัน ใส่ไปแล้วไม่น่าแงะได้ก็แยกเก็บใส่กล่องอันเดิม


แผงมือให้มาหลายแบบ ลายละเอียดดี


แผงใหญ่ๆ ที่ต้องทากาวตัดเดือยเผื่อใว้ด้วย เวลาแงะจะได้แงะง่ายๆ


เทียบกับ Nineball ของภาค 3 

Review :





ตราเลข 9


ด้านหลัง


อาวุธหลัก Pulse Rifle


เรเซอร์เบลดที่แขน






เกรเนดลันเชอร์  กับดูอัลมิซซายที่หลัง


ท่านั่ง






รวมๆ ก็โอเคนะ


กับ Nine Breaker






จะเริ่มประกอบกาวแล้ว  ชิ้นเรเซอร์ที่แขนหั่นออก จะได้แยกทำสีได้




ชิ้นใหนที่คิดว่าหลวม ก็ทากาวช้างช่วยให้มันแน่นขึ้น


ชิ้นส่วนที่ต้องอุดขักทั้งหมด


ส่วนลังใส่ชิ้นเล็กๆก็แยกเก็บต่างหากกันหายไปเลย  ใส่ในภาดเก็บของรวมนี่แหล่ะ


ประกอบกาว  ก็อย่างว่า  กาวฝาขาวแห้งช้า  เหมาะกับทาชิ้นใหญ่ๆ  ใช้เวลาแห้งประมาณ 1 ชั่วโมง แต่จะอุดขัดต้องทิ้งใว้ซัก 1 คือ  หรือจะให้ดี 1 วัน  เพราะชางทีถ้ามันไม่แห้งจริงๆขัดแล้วจะเป็นขุยๆ  เพราะมันละลายพลาสติกติดกัน  ส่วนแห้งไว  ไม่กี่นาทีก็แห้งแล้ว  แต่ส่วนตัวว่ากาวแหงช้าชัวร์กว่า  แต่เพราะมันต้องทาทีเดียว 2 ข้างนี่แหล่ะ เอามาให้กับชิ้นเล็กมากๆจะลำบาก ใช้กาวแห้งไวจะสะดวกกว่า แต่รวมๆ ผมใช้แห้งช้าเป็นหลักนะ
ใช้ไปนานๆกาวในขวดจะเริ่มข้นขึ้นเพราะทินเนอร์มันระเหย ก็เติมน้ำยาละลายอะครีริกใส่ไปเพิ่มได้ให้มันข้นขึ้น
ส่วนแห้งไวมีประโยชน์อีกอย่างคือมันละลายชิ้นส่วนที่เป็น ABS ได้  กาวแห้งช้ามันจะไม่ละลาย ABS แงะๆนิดหน่อยหลุดมาทั้งแถบ  แต่แห้งไว สามารถละลายได้
หลักๆผมจะพยายามเลี่ยงกาวช้างนะ  เพราะมันไม่ได้ละลายพลาสติก ดังนั้นพอเก็บใว้ซักวันมันหรือที่ร้อนมากๆ  มันจะแห้งกรอบปริแตกออกมา


หลักๆ ทาแล้วบีบให้กาวปลิ้นออกมา  เวลาแห้งจะได้ขัดง่าย ดีกว่าเกิดหลุม เพราะต้องทาพุตตี้ซ้ำ


ต่อไปก้มาเก็บรอยตัดกันต่อ


ที่เห็นคือขวดกาวแห้งไว  แต่ข้างในหมดแล้วเลยเอามาใส่ Dissolved Putty ของกันเซ่เอา  แล้วผสมสีรองพื้นนิดหน่อยให้ออกเทา จะได้ดูง่ายๆ (ของเดิมสีขาว)


คือที่ผมใช้ตัวนี้ เพราะมันเป็นพุตตี้แบบยุบตัวน้อย (จริงๆตามชื่อมันต้องไม่ยุบ) หลังแห้ง  พวกพุตตี้ธรรมดาถ้าเก็บนานๆอาจมียุบตัว  หลังๆเจอปัญหาพวกนี้บ่อยเลยเปลี่ยนมาให้ตัวนี้ดีกว่า
ข้อดีอีกอย่างคือ พุตตี้แบบนี้เกาะเรซิ่นดีนะ  ตะก่อนใช้พุตตี้ทามิย่าโปะบนเรซิ่นขัดบางทีหลุดมาแทบทั้งปื้น  พอมาใช้พุตตี้ตัวนี้แกะดีใช้ได้เลย แต่ข้อเสียคือ มันสีขาวนี่แหล่ะ อีกอย่างหายากมาก ผมเลยกักตุนเอาใว้่ใช้เองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหอๆๆ......
ลองขัดดูแล้ว  พุตตี้แบบนี้ขัดง่ายด้วยนะ


ทาไปตามรอยตัด  เพราะสุดท้ายยังไงเราก็ต้องขัดอยู่ดีก็ทาเผื่อไปเลย
พุตตี้อันนี้ขัดง่ายอยู่แล้วเดียว  แห้งไวอีกตะหาก  รอซักชั่วโมงก็แห้งดีแล้ว  แต่ส่วนตัวเข็ดเรื่องรอยยุบตัว รอทิ้งซักวันไปเลยดีกว่า


เนื่องจากเราใช้ภู่กันหัวบางขอกาวแห้งไว  เลยคุมง่ายว่าจะป้อนพุตตี้ มาก-น้อยแค่ใหน คุมได้ง่าย ทาไม่ค่อยล้น แล้วก็ไม่ต้องล้างภู่กันด้วย


รอขั้นตอนการขัดต่อไป


กลับมาที่งานที่กำลังทำค้างอยู่........  กับ Sunshine E Feedback


กั้นพ่น


แกะเทป.....


กั้นพ่นอีกรอบ...........


งานกั้นพ่นเนี่ยแหละ เหนื่อยนัก คุณที่อยู่ในถาดเมื่อกี้นี่แหล่ะ  กั้นพ่นกันทุกชิ้น......

แต่ Nineball ดูแล้วกั้นพ่นไม่น่าเยอะ  หุ่นที่มาจากภาค  4/Fa ดีเทลมันเยอะเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว  เพราะพอลงเครื่อง Next Gen ประสิทธิภาพกราฟฟิคมันสูงขึ้น Designer ก็เลยใส่ Detail มาให้เต็มที่.............




รอบหน้าคืออุดขัด  เป้าหมายคือทำให้เสร็จก่อนเกมส์ Armored Core V (Eng)  ออก สิ้นเดือนนี้  เพราะผมจะหยุดยาวไปเล่นเกมส์แล้ว 555


[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=pJgVzVm6pcs&feature=related[/youtube]
จบงานนี้  ต่อด้วย Seraph !!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2012, 10:04:46 PM โดย naroki »

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ deathscythes

  • Verified User
  • แต่งด้วยมาร์คเกอร์
  • *
  • กระทู้: 181
  • Like: 21
  • เพศ: ชาย
  • ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ
Re: [Naro Style X ⑨-Project] Mission 1 : "Nine Memory"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 02:28:48 PM »
เท่ดีครับรอชม นะครับ  :iconsmile:

สอบถามนิดนึง    front mission กับ armored core แนว เกมส์ คล้ายๆกันไหมครับ  ตอนเด็กๆเคิยเล่น  front mission เอาแขนขามายำ กันมั่วได้ 

ออฟไลน์ Me_Me

  • Verified User
  • เริ่มหัดทาสี
  • *
  • กระทู้: 256
  • Like: 22
  • เพศ: ชาย
Re: [Naro Style X ⑨-Project] Mission 1 : "Nine Memory"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 03:53:29 PM »
ช่างน่าติดตามยิ่งนัก

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro Style X ⑨-Project] Mission 1 : "Nine Memory"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 08:39:08 PM »
สอบถามนิดนึง    front mission กับ armored core แนว เกมส์ คล้ายๆกันไหมครับ  ตอนเด็กๆเคิยเล่น  front mission เอาแขนขามายำ กันมั่วได้

ไม่เหมือนกันครับ Front mission จะเป้นแนววางแผนการรบ เหมือนพวก Super robot taisen, Final fantasy Tactic

ส่วน Armored Core จะแนว High speed robot action 

Front mission เคยทำเป็น Action มีอยู่ 2 ภาค คือ ภาค Gun hazard กับ Evolve

แต่ซีรี่ Front Mission นี่จะเรียกว่าตายไปแล้วก็ได้  ทีมงานเก่าๆออกจาก Square-Enix หมดแล้ว คนแต่งเรื่องไปเขียน Front Mission doglife มั้ง  ปัจจุบันสตาฟเก่าๆถ้าจำไม่ผิดเหลืออยู่ 2 คน

FrontMission Evolve ที่ออกมาใหม่ จ้างบริษัทฝรั่งทำ  ก็ไม่ดังเท่าที่ควร เสียงตอบรับแย่มาก (ผมเคยรีวิว ให้ 6.5 มั้ง) ซีรี่นี้ปลงได้เลยว่าตายไปพร้อมกับ Chrono Trigger ได้เลย.......  อ้อ Ramancing Saga อีกซีรี่ แถม Seiken densetsu ไปด้วย.....  เฮ้อ

บ่นไป บ่นมา  อยากขุด Ein Hander มานั่งเล่นเฮะ 

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=2WYITv0IM9o&feature=related[/youtube]
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=PYMdYSM2YIY&feature=related[/youtube]

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ deathscythes

  • Verified User
  • แต่งด้วยมาร์คเกอร์
  • *
  • กระทู้: 181
  • Like: 21
  • เพศ: ชาย
  • ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ
Re: [Naro Style X ⑨-Project] Mission 1 : "Nine Memory"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 08:53:50 PM »
คุณ naroki ตอบซะเห็นภาพเลยขอบคุณคร้าบบ   :icongift:   ภาค Gun hazard   ผมเล่นแล้วไปตัน ด่านกลางๆ เลยเล่นไม่ จบ หุหุ นานมากเลย

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 2 : "Autobahn"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 27, 2012, 10:06:43 PM »
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=sB0pALJZ6wY&feature=related[/youtube]


สมาชิกใหม่

ราคา 2800 เยน........  กาลเวลานี่มันช่างน่ากลัวนัก


แผง น้อยตามราคา 


สำหรับ ACจะแยกแผง แขน ขา ตัว ได้แบบโมเดลดันบอล


การประกอบให้ไวก็แยกแผงไปเลย แขน ขา ลำตัว หัว


เวลาประกอบก็ดึงมาทีละชุดเช่นในรูปเป็นแผงแขน


การประกอบค่อนข้างวุ่นวายกว่าโม ใหม่ๆ มาก  แต่ก็สมราคาดี  อุดขัดกั้นพ่นกันทั้งตัว


สำหรับโมตัวนี้ ปรากฏใน Opening ของภาค Last Raven


อาวุธ มิซซายแบบไม่นำร่อง กับมิซซายกระจาย


ขา ใช้แบบเดียวกับไนน์บอล


Sunshine E Feedback สภาพก่อนทำการ Weathering


สีเงินๆ กั้นพ่นเอาล้วนๆ  เพราะคิดว่าถ้าทาเองคงไม่ได้สี่เหลี่ยมแหงๆ


มิซซายพอด เปิด/ปิดได้


เทียบกับ Sun Shine L

กลับมาที่ Nine Ball มั่ง


ธรรมดาจะแบ่งชิ้นส่วนออกเป็น 2 กอง คือ ส่วนที่ต้องทากาวอุดขัด กับชิ้นงานปรกติ
ชิ้นงานปรกติก็ขัดแค่รอยตัดจากแผงไล่กระดาษทรายเบอร์ 600 แล้วก็ 1000 ไป
แต่ส่วนที่ผ่ากลางทากาวประกบขัดต้องใส่ใจเป็นพิเศษหน่อย


อุปกรณ์การขัดขั้นพื้นฐาน
ส่วนตัวจะขัดไล่เบอร์ 600 กับ 1200  ยิ่งเบอร์ยิ่งสูง รอยขนแมวยิ่งน้อยและผิวก็ยิ่งเรียบ เท่าที่เห้นมีขายถึงเบอร์ 2000 ตามร้านก่อสร้างทั่วไป

ธรรมดา  เอาจริงๆขัดจบแค่เบอร์ 600 ก็พอแต่ถ้าหยาบกว่านั้นเวลาทำสีไปแล้วจะเห็นเป็นรอยขนแมวจากการขัดด้วยกระดาษทราย
ถ้าจบที่เบอร์ 600 พ่นสีรองพื้น แล้วก็พ่นสีทับ  ปิดงานด้วยเครียร์ด้าน  ไม่ค่อยเห็นรอยขนแมวนะ
แต่ถ้าอยากปิดงานด้วยสีเงา ก็ขัดไล่เบอร์ถึง 1200 ดีกว่า
ส่วนตัวถ้าไม่ขี้เกียจก็จะขัดไล่ไปถึงเบอร์ 1200 กันเหนียวตลอด


อย่างที่บอกว่าธรรมดาผมทาพุตตี้ไปก่อนเลย


เอาคัตเตอร์ขูดส่วนที่เกินๆออกไปก่อน
หลักการเหมือนกบใสไม้ เป็นวิธีที่ง่าย และประหยัดเวลามาก
แต่ถ้าใบมีดไม่คม หรือสึก จะให้ผลตรงข้าม คือมันจะกินเนื้อเป็นรอยทางยาวเหมือนโดนเข็มขูดเลย ฉะนั้นควรตรวจเช็คสภาพใบมีดเสมอๆ


เวลาขรูด เศษจะออกมาเหมือนกบใสไม้


วิธีนี้จะเร็ว  แต่ว่าผิวจะไม่เรียบ ต้องเอากระดาษทรายขัดต่อ


เอากระดาษทรายขัดต่อไล่เบอร์กันไป 600 กับ 1200

แนะนำให้ใช้กระดาษทรายดีๆหน่อยเช่น TOA หรือนกนางแอ่น  เพราะสามารถพับได้แล้วกระดาษไม่ปริ และอายุการใช้งานสูงกว่ากระดาษทรายถูกๆโนเนม พวกนั้นเคยซื้อมาใช้ ใช้แปปเดียวกระดาษทรายปริออกมาอายุการใช้งานสั้นตามราคา


เสร็จแล้วก็เอาไปล้าง เตรียมทำสีต่อ

การล้าง ส่วนตัวใช้แปรงสีฟันกับน้ำยาล้างจาก เพื่อล้างคราบฟุ่น กับไขมัน โดยจะใช้แปรงขัดแล้วล้างรายชิ้น  หรือขัดหลายๆชิ้น แล้วเอาใส่ตะแกรงตาข่ายละเอียด แล้วปล่อยน้ำให้ใหลผ่านก็ว่ากันไป

เสร็จแล้วอุปกรณ์เก็บชิ้นงานผมจะใช้กล่องพลาสติกตลอด  เพราะทำความสะอาดง่าย และล้างได้  ถ้าใช้กล่องกระดาษ มันจะอมฝุ่น และมันล้างน้ำไม่ได้ เพราะจะเปื่อยและยุ่ย ไม่แนะนำ

กล่องพลาสติก หรืออะไรก็แล้วแต่ หาซื้อได้ตามพวกโฮมโปร หรือแผนกฮาร์ดแวร์ทั่วไป

ส่วนพวกชิ้นส่วนเล็กมากๆ ผมเอาน้ำมันไปแช็คเช็ดเอาน่ะ  ใช้แปรงล้างกลัวกระเด็นขาย.........


หลังล้างน้ำเสร็จ  ก็ทิ้งให้แห้งซักคืน แต่ธรรมดาผมจะทิ้งซัก 1-2 คืน 
จากนั้นก็แยกชิ้นส่วนตามสี  เช่น ถาดที่ 1 สีแดง  เพราะเราจะพ่นแดงก่อน
ถาดที่สอง สีเทา  เพราะพ่นแดงเสร็จ ต้องมานั่งกั้นเทปพ่นสีเทาก่อน เป็นต้น
การแยกชิ้นอย่างงี้จะทำงานง่ายขึ้น  ดีกว่ากระจุกจุมปุกเป็นกองๆ ไม่งั้นอาจมีชิ้นส่วนลืมพ่นสีได้

งานหน้าจะเริ่มพ่นสีแล้ว

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ bangbang04

  • TG STAFF
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 1,251
  • Like: 54
  • เพศ: ชาย
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 2 : "Autobahn"
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 27, 2012, 10:59:32 PM »
ขยันจริงๆทำWIPด้วย ของตูยังกองๆไว้อยู่เลย (ฮา)

เปิด Blog เหอะนาโร เวปมันแป๊ปๆครบปีก็ต้องล้าง ทำBlogซักชุดไว้เก็บเป็นข้อมูลให้คนสนใจที่มาทีหลังเหอะ

แล้วก็ FB อะสมัครซีกทีเดะติดต่อยากอะ(ฮา)
ย้าย Blog ใหม่แล้วจ้า
http://bang04.blogspot.com/

ออฟไลน์ Me_Me

  • Verified User
  • เริ่มหัดทาสี
  • *
  • กระทู้: 256
  • Like: 22
  • เพศ: ชาย
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 2 : "Autobahn"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 10:34:29 AM »
ขยันจริงๆทำWIPด้วย ของตูยังกองๆไว้อยู่เลย (ฮา)

เปิด Blog เหอะนาโร เวปมันแป๊ปๆครบปีก็ต้องล้าง ทำBlogซักชุดไว้เก็บเป็นข้อมูลให้คนสนใจที่มาทีหลังเหอะ

แล้วก็ FB อะสมัครซีกทีเดะติดต่อยากอะ(ฮา)

เห็นด้วย

ออฟไลน์ ong90

  • Verified User
  • ฝึกพ่นสีกระป๋อง
  • *
  • กระทู้: 691
  • Like: 8
  • เพศ: ชาย
  • sweet mother of mercy !!
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 2 : "Autobahn"
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 12:49:33 PM »
ขยันจริงๆทำWIPด้วย ของตูยังกองๆไว้อยู่เลย (ฮา)

เปิด Blog เหอะนาโร เวปมันแป๊ปๆครบปีก็ต้องล้าง ทำBlogซักชุดไว้เก็บเป็นข้อมูลให้คนสนใจที่มาทีหลังเหอะ

แล้วก็ FB อะสมัครซีกทีเดะติดต่อยากอะ(ฮา)

เปิดเลย น้องรอแอดเป็นเพื่อน
Sail To The New World

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 3 : "Thermosphere"
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 11:27:08 PM »
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=7MkTQcURgKk[/youtube]


จะมาเริ่มพ่นสีน่ะนะ  อุปกรณ์หลักๆก็ยูฮุแทค ที่จะใช้เสียบกับก้านพลาสติก
จริงๆใช้ไม้ก็ได้  แต่พอดีก้่านพลาสติกมีเยอะ
ยูฮูแทคหาซื้อได้ตามแผนกเครื่องเขียนทั่วไป


ลักษณะจะเป็นก้อนดินน้ำมัน แต่มีความเหนียว ใช้ยึดติดชิ้นงานได้


ชิ้นส่วนเล็กๆก็ติดเป็นแผงเอาเลย


เอามาใช้กั้นพ่นก็ได้  เช่น ส่วนที่ไม่อยากจะพ่นสีไปโดน (พวกข้อพับ) หรือกั้นพ่นพวกเวอร์เนีย


อุปกรณ์สำคัญอีกอันคือคลิบหนีบ  จะติดกาวไปกับก้านพลาสติกให้จับง่าย หรือหนีบเดี่ยวๆก็แล้วแต่ ควรมีหลายๆขนาดตามขนาดชิ้นงานที่จะหนีบ

เพราะถ้าใช้ขนาดผิด  คลิบอาจหนีบชิ้นงานกระเด็นหายไปได้เลย  โดนมาแล้วกับเขาดันบอล เอมเพอเร่อ......


กรณีที่ชิ้นงานใหญ่มากๆ เวลาวางจะล้ม


ตัวเดียวเอาไม่อยู่  ก็ต้องสองตัว


อันนี้แล้วแต่  ก่อนจะพ่น เอาภู่กันเบอร์ใหญ่ๆปัดฝุ่นออกก่อน  จะปัดหรือไม่ยังไงก็ได้แล้วแต่ถ้ามั่นใจว่าไม่มีฟุ่น
ส่วนตัวจะปัดก่อนพ่นสีตลอด โดยเฉพาะตอนพ่นเครียร์ปิดงาน จำเป็นมากๆ


อุปกรณ์ที่จำเป็นอีกอัน  หน้ากากกันแก็ซ ใครจะใช้ยังไงก็ได้แล้วแต่น่ะนะ


เริ่มทำสีกันละ  ก่อนอื่นก็ต้องคนสีก่อน เพราะสีจะไปตกตะกอนที่ก้นขวด

พื้นผมใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดปูกันสีเลอะน่ะ  เพราะหาซื้อใหม่ง่าย เบา และทนดี


ใช้เหล็กคนสี  จำเป็นมาก  เพราะทำความสะอาดได้ง่าย  คุ้มมากๆ ใช้ได้ตลอดแหล่ะถ้าไม่ทำหายซะก่อน


แอร์บรัชที่ผมใช้ Iwata HP-C ใช้มานานมากแล้ว


ปั๊มลม ใช้คอมเพลสเซอร์ตู้เย็นครับ  ต่อโดยคุณเหล็ก
เคยใช้ปั๊มลูกสูบตัวเล็กมาก่อน  แต่ตอนนี้ตายไปแล้ว  พอใช้คอมเพลสเซอร์แล้วทำงานด้วยสนุกขึ้นเยอะ  เพราะเสียงเบามาก และแรงดันลมสูงดี
อะใหล่ก็หาง่ายนะ  ปีที่แล้วคอมเพลสเซอร์เสียหลังจากใช้มานานมาก ก็ไปหาคอมเพลสเซอร์ลูกใหม่ที่เวิ้งนครเกษม ได้มาลูกละ 1600 บาท ถือว่าถูกนะ ต่อแก้ก็ไม่ยากมาก  แต่หนักอิบอ๊ายกว่าจะแบกกลับบ้านได้....... 

ส่วนเรื่องแรงดันลม  ผมไม่เคยสนนะ  เพราะหน้าปัดพังไปแล้ว.....  ใช้กะเอาอย่างเดียว


ทินเนอร์ที่ใช้  มีทินเนอร์ก่อสร้าง ใส่ขวดกันเซ่ กับบืินเนอร์ไกอาแท้ๆ
ทินเนอร์ก่อสร้าง ใช้ล้างสี / อุปกรณ์อย่างเดียว


การคนสี  ผมใช้บิดNozzle ของแอร์บรัชให้ลมมันตีกลับนะ แล้วกดปล่อยลม สีจะกลั้วเอง สะดวกดี


เสร็จแล้วก็ลองพ่นมันบนฟิวเจอร์บอร์ดที่ใช้ปูเนี่ยแหล่ะ
ถ้ารู้สึกว่าเหลวไปก็+สีเพิ่ม  ข้นไปก็ +ทินเนอร์เพิ่ม


ที่วางแอร์บรัชแบบไม่ลงทุน.........  ใช้ได้ดีนะเออ


งานสี  จริงๆก่อนพ่นสี  ผมจะพ่นลมเปล่าๆไล่ฝุ่นก่อนพ่นสีนะ  หรือยังไงก็แล้วแต่อารมณ์
การทำงานผมจะพ่นสีรองพื้นเสมอ เพราะมีผลต่อแรงยึดเกาะพอสมควร  และลบพวกรอยขนแมวได้ดี


การล้างแอร์บรัช  ผมจะใส่ทินเนอร์เปล่าๆลงไปก่อน แล้วกลั้วสี เททิ้ง1รอบ


รอบสอง เททินเนอร์ใส่ กลั้วเหมือนเดิม แต่รอบนี้เอากระดาษทิชชู่เช็ดต่อ ให้สะอาด  และระวังเศษทิชชู่ติดอยู่ในกลวยล่ะ


มาขั้นนี้จะสะอาดพอควรละ


ล้างรอบ3 ล้างละเอียด เอาภู่กันปัดๆ กวาดๆ ตามซอกมุมที่สีน่าจะติด   จนมั่นใจว่าสะอาดเททินเนอร์ทิ้ง  แล้วพ่นทมินเนอร์เปล่าๆ นิดหน่อยอีกรอบนึงเป็นจบพิธีล้างสี


เสร็จแล้วก็เช็ดภู่กันซับทินเนอร์ออก


หลังพ่นเซอร์เฟสไปแล้ว  เพื่อเป็นการเช็คริ้วรอย และปรับสภาพผิวให้เสมอกัน  เพราะเราใช้พวกพุตตี้ต่างๆด้วย ทำให้สีหลายๆสีในชิ้นเดียว การพ่นใช้สีเป็นหนึ่งเดียวจะได้ไม่ต่างกันมาก
หลักๆมีพ่นต่อแรงยึดเกาะพอสมควรนะ  เวลาขรูดมันจะถลอกยากกว่า


เริ่มด้วยการพ่นสีแดงเมตัลลิกไป


เสร็จแล้วเอาสีแดง + ดำ พ่นไล่ตามขอบมุม
ธรรมดาถ้าจะไฮไลท์แดงผมชอบพ่นสีดำอมเทาไปก่อนแล้วพ่นไฮไลท์สีขาว แล้วพ่นแดงทับ  ส่วนที่เป้นสีขาวไฮไลท์จะแดงสด ในขณะที่ขอบๆจะเป็นแดงอมดำ
แต่สีไกอามันเข้มมาก  ประกอบกับใช้สีโทนเมตัลลิก ซึ่งมีคุณสมบัติทับสีอื่นดีมาก  ถ้าใช้สูตรอย่างงี้มันจะทับกลบหายหมดเลย  เลยต้องพ่นแดงแล้วพ่นไล่สีเข้มเอาทีหลัง...


เป็นอันเสร็จสำหรับชิ้นหลัก ชิ้นสีแดง  ที่เหลือก็คือสีเทากับดำเมตัลลิก  ซึ่งต้องมานั่งกั้นพ่นกันนิดหน่อย......

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=npcUywaRBFw[/youtube]
To be continue?

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ Jesus_RG

  • มือใหม่หัดต่อ
  • *
  • กระทู้: 5
  • Like: 0
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 3 : "Thermosphere"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 29, 2012, 12:32:18 AM »
ปูเสื่อรอดู ตอนต่อไปครับ :iconvsign: ขอบคุณมากๆเลยครับ ดูเพลินเลยครับผม

ออฟไลน์ San

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 1,724
  • Like: 56
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 3 : "Thermosphere"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 29, 2012, 09:18:17 AM »
เพลินดี ชอบๆ เเต่โตีะทำงานเเบบว่า โรงงานนรกมากเรย 55555   เเอร์บรัชเหมือนผ่านสงครามโลกมาเเล้ว 2 ครั้ง ยังไงยังงั้นเรย... :iconlol:

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] EX Mission 3.5 : "Only my Grind Blade"
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 01, 2012, 10:33:39 PM »
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=aEpucBCCxWk[/youtube]


งานเก่า เริ่มพ่นสีเทาไปแล้ว เหลือแค่พาร์ทอาวุธ กับสีโครงใน  ซึ่งต้องมานั่งกั้นพ่นกันก่อน


พอดีได้สีใหม่ ที่พี่คนนึงแนะนำให้ทดลองใช้  วันนี้เลยจะมาลองใช้ดู


ซ้ายสุด สี SNP กลางสีไกอา  ขวาสุดสีกันเซ่ (สลับกับรูปขวดสีด้านบนน่ะ 555)
แต่สีไกอา สีแดงผมผสมสีอื่นไปด้วย คือน้ำเงินนิดหน่อย กับสีเงินเพื่อทำ NineBall เลยดูขุ่นๆงี้แหล่ะ
เป็นการทดลองพ่นสีแดง กับขาว ทับพื้นดำ เพราะสีแดงกับขาวได้ชื่อว่าสีที่ทับสีอื่นยากที่สุดแล้ว


สีชุดเดิม แต่ถ้าพื้นขาว 

สีแดงของ SNP กับ ไกอา จะใกล้เคียงข้่างบน ที่พ่นสีแดงทับสีดำมาก
ของไกอามันออกแดงขุ่นๆงี้แหล่ะ  เพราะอยากให้สีแดงออกมาโหดๆ พอดีหาสีแดงสดๆไม่ได้
ส่วนสีแดงกันเซ่เพี้ยนสุดแล้ว

ในขณะที่สีขาว พ่นทับดำ กันเซ่ก็อ่อนสุดเช่นกัน

ภาครวมSNP กับ ไกอาใกล้เคียงกันมากนะ  แต่ถ้าถามความรู้สึกผม ผมว่า SNP สีขึ้นง่ายกว่าหน่อยนึงเฮะ แต่ไม่ถึงกับชนะขาด


พ่นสีทับสีพื้นดำสนิท


เรื่องแรงยึดเกาะ  ผมว่ามันก็โอเคนะ  เอาเล็บขรูดแล้วไม่หลุดง่าย  ทั้งๆที่ไม่ได้พ่นสีเซอร์เฟส


การทากันมั่ง  เหมือนเดิมคือซ้่าย SNP กลางไกอา ขวากันเซ่
กันเซ่กลบไม่มิดเหมือนเคย  ไกอากับ SNP พอๆกัน แต่เอาจริงๆเหมือน SNP จะเข้มกว่า
แต่ SNP กัดพลาสติกนะ... ดังที่เห็นเป็นรอยด่างๆอยู่


ทาขาวทับดำมั่ง
ดูไม่ออก = ='' จริงๆคือถ่ายออกมาไม่ค่อยดีเท่าใหร่  แต่ของไกอาจะทาง่ายกว่า ส่วนของ SNP กัดพลาสติก เป็นรอยด่างชัด


ลองเอาทินเนอร์ยี่ห้อนี้มาทาบนพลาสติก  จะเห็นว่ามีรอยกัดอยู่

สรุปสี SNP กัดพลาสติกนะ  ทั้งตัวสีและทินเนอร์ของเขาเอง

แต่รวมๆ สีขึ้นง่ายกว่าไกอาอีกมั้ง จริงๆคือมันพ่นขึ้นง่ายกว่าไกอาน่ะแหล่ะ แต่ไม่ขาดมาก แรงยึดเกาะเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

แต่ถ้าเทียบราคาถือว่าถูกกว่ากันเซ่อีก  กันเซ่ 10 ม.ล. ตอนนี้ราคาห้าง 70 บ.
ไกอา 15 ม.ล. ราคา120บ.
SNP 10 ม.ล. ราคา 56บาท

รวมๆเป็นสีที่ใช้ได้ และน่ากลัวมาก คือรวมๆสู้กับไกอาได้ (กันเซ่ผมเลิกใช้ไปนานแล้ว) แต่ราคาถูกกว่า  เสียแค่มันกัดพลาสติกเนี่ยแหล่ะถ้าทา แต่ถ้าพ่นไม่มีปัญหา
ส่วนเรื่องแรงยึดเกาะ ค่อยว่ากันอีกที  เพราะต้องทิ้งใว้ซักคืนถึงจะถือว่าแห้งสนิทจริงๆ  แต่เอาเล็บขรูดดูแล้วก็โอเคนะ ทั้งๆที่ไม่ได้พ่นสีรองพื้นมาก่อน
ใว้งานหน้าจะลองใช้ยี่ห้อนี่เต็มๆดู แต่ท่าทางใช้ได้เลย แต่ตอนนี้ที่บ้าน Stock สีไกอาใว้เพียบเลย.........  เพราะสีขวดใหญ่พวกสีขาว ดำ เครียร์มัน เครียร์ด้าน ผมจะเก็บขวดสำรองใว้เสมอยามของขาดตลาด 555..... (´・ω・`)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2012, 10:37:54 PM โดย naroki »

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ moobest

  • TG STAFF
  • เริ่มหัดทาสี
  • *
  • กระทู้: 349
  • Like: 22
  • http://ibest.rmutp.ac.th/
    • ibest
Re: [Naro-⑨-Project] EX Mission 3.5 : "Only my Grind Blade"
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 01, 2012, 10:58:11 PM »
สถานที่พ่นสีดูขลังดีจริงๆ ครับ  :iconlol:

ขอบคุณครับ ได้ความรู้เยอะมากๆ

ออฟไลน์ San

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 1,724
  • Like: 56
Re: [Naro-⑨-Project] EX Mission 3.5 : "Only my Grind Blade"
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 02, 2012, 10:23:14 AM »
เทสสีไวดีเเฮะ 555 เรื่อง ทินเนอร์ รู้ว่ากัดพลาสติกตั้งเเต่เห็นมันใส่ขวดเเก้วเเระ เหมือนกับทินเนอร์ฮอบบี้นะละ

เเต่ก็ไ่ม่ได้เป็นปัญหาไรมาก  เพราะใช้พ่น ไม่ได้ใช้ล้าง

ขนาดทินเนอร์เเมงมุมก็ยังเอามาผสมสีพ่นอยู่บ่อยๆ เหอๆ..

มีไกอาอยู่ก็ใช้กันต่อไป snp ก็เอาไว้ใช้เป็นอีก 1 ทางเลือกเเล้วกันน้อ... :iconlol:

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 4 : "Shape Memory Alloys"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 05, 2012, 11:16:08 PM »
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=hFpb7mXwOwQ&feature=related[/youtube]


มาต่อกันให้จบๆ กับการกั้นพ่นส่วนที่เหลือๆ


เทคนิคบางส่วนที่ใช้คือ  เอาเทปแปะแล้วเขียนร่างส่วนที่จะตัดออก


จากนั้นก็ตัดตามที่ร่าง


เอาไปแปะ การทำแบบนี้แหมาะกับพวกชิ้นส่วนโค้งๆ จะทุ่นเวลาได้พอสมควร  แต่ถ้าตัดไม่พอดี หรือร่างไม่พอดีก็ต้องแปะเพิ่มเก็บเอา
เทคนิคนี้ได้มาตอนทำงานกันดั้มสามก็ก.......


กั้นมันจนครบทั้งอัน


กั้นพ่นพวกน็อตต่างๆ 


ชิ้นกลมๆเล็กมากๆ บางทีก็เอา UHU แท็คแปะไปเลย  ล้นหรือเกินค่อยทาทับเอา
กั้นพ่นส่วนมากผมไม่คิดมากนะ  พลาดก็ทาเก็บเอา 


ปืน พ่นตอนแรกไปก่อนด้วย ม่วง + เงิน


กั้นพ่น  พวกชิ้นเหลี่ยมๆจะง่ายหน่อย  ดึงเทปแปะเอาเลย  ส่วนเล็กๆก็แปะเทปตัดเป็นชิ้นๆไปแปะเอา


หลังพ่นที่เหลือ  พ่นดำไปก่อน แล้วพ่นไล่ด้วยดำ + แดง + น้ำเงิน + เงิน


เวลาลอกเทปออก บางทีจะมีคราบกาวเหลืออยู่


ซึ่งคราบกาวดังกล่าว สามารถเอาน้ำมันไปแช็คเช็ดได้  จะจุ่มผ้าเช็ดหรือทิชชู่เช็ดก็ว่ากันไป
หลักๆผมเลยใช้แต่เทปกาวทามิย่า เพราะมันคราบกาวเหลือน้อยที่สุดแล้ว  นิตโต้นี่คราบกาวอื้อเลยถ้าเก็บนานๆ (อากาศมันร้อน)


ชิ้นส่วนที่พ่นแล้วล้นๆ เกินๆมาก  ก็ใช้น้ำยาขัดสีพวก Compound ขัดออกเอา ถ้ามันพ่นเกินมาไม่มากนัก
หรือถ้าน้อยมากๆ  น้ำมันไฟแช็คเช็ดกับผ้าก็ได้ 
Compond ผมแนะนำทามิย่านะ  เพราะของกันเซ่แพงโฮกๆ  555
แต่ถ้าใช้คอมพาวขัดสีที่ล้นอกอย่าลืมเอาไปล้างน้ำล่ะ  เพราะมันจะเหลือคราบน้ำยาขัดสีทิ้งเอาใว้ด้วย  อันตรายพอสมควร


หลังพ่นเสร็จทั้งตัว  แล้วก็ทาเก็บส่วนที่เล็กมากๆ  ก็จะไปพ่นเครียร์กันก่อน
ก่อนจะพ่นเครียร์อย่าลืมทำความสะอาดพวกฝุ่นด้วยล่ะ จะเอาภู่กันปัดฝุ่นออก  หรือจะใช้แอร์บรัชพ่นล่มเปล่าๆเพื่อไล่ฝุ่นก็ว่ากันไป
ซึ่ง ถ้าเราไม่ทำความสะอาดพอพ่นเครียร์ไปแล้ว....  เรื่องยาวครับ


ชิ้นส่วนใหญ่ๆก็ใช้คลิบหนีบเหมือนเดิม


ธรรมดาถ้าจะทำกันดั้ม จะใช้เครียร์มันเป็นหลัก
แต่กรณีนี้ผมจะทำ Weathering เลยปิดงานด้วยเครียร์ด้าน  จะได้ทำคราบสกปรกได้ง่าย เพราะเนื้องานมันจะขรุขระ   
ทินเนอร์สำหรับพ่นเครียร์ผมใช้ Leveling Thinner นะ  เพราะแห้งช้าดี  บางทีสีถ้าแห้งไวไปมันจะมัน / ด้าน ไม่เท่ากันทั้งตัวน่ะ  แต่จริงๆก็ไม่ซีเรียสมาก ที่ใช้เพราะตอนนั้นทินเนอร์ธรรมดามันหมด 555 แต่พอลองใช้แล้วมันก็ดีเหมือนกัน
เราจะพ่นเครียร์ก่อนเวทเทอริ่งนะ  เพราะไม่งั้นเช็ดเพลิน ไฮไลท์ที่พ่นจะโดนเช็ดออกหายไปด้วย(โดนขรูดบ่อนๆ สีที่พ่นมันเป็นละออง ก็โดนเช็ดออกไปด้วย)
เลยพ่นกันใว้ก่อน งานหน้าเวทเทอริ่งเสร็จก็จบแล้ว (มั้ง)

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 5 : "Last Duty"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 10:21:12 PM »
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=iUvhbQSSSxg[/youtube]


เริ่มทำการเวทเทอริ่งด้วยสีเอนาเมล ดำ + แดง  โดยทาทั้งตัว

จริงๆจะพ่นเอาก็ได้นะ 

โดยเวทเทอริ่งผมจะใช้วิธี  ทาทั้งตะวแล้วเช็ดเอาน่ะ
การผสมสีอันนี้ค่อนข้างมีผลกระทบค่อนข้างเยอะเหมือนกันคือ  ถ้าผสมสีข้นไปจะเช็ดออกยาก  แต่สีที่เหลือพวกรอยคราบจะเด่นกว่า  แต่ถ้าผสมสัน้อยไป  จะวอชง่าย ประหยัดเวลา  แต่เช็ดแรงไปคราบจะหายหมดเลย

อันนี้แล้วแต่ความเคยชินแต่ละคน


พวกตามข้อพับ หรือซอกหลือชิ้นส่วนที่ซ้อนกันพึงระวังอย่าให้โดนสีเอนาเมลเชียวล่ะ  เพราะมันอาจจะกัดพลาสติกแตกได้


สีเอนาเมลเวลาวอช  มีผลทำให้พลาสติกแตกได้นะ
ซึ่งอันที่จริงมันเป้นผลมาจากทั้งตัวเนื้อสีที่กัด  และ น้ำยาเอนาเมลด้วย
เท่าที่เคยลองๆดู  น้ำมันไฟแช็คจะกัดพลาสติกน้อยกว่า ทินเนอร์เอนาเมลของทามิย่านะ
แต่ส่วนที่กัดจริงๆมันคือเนื้อสีนี่แหล่ะ  ฉะนั้นจะหนีไปใช้น้ำมันไปแช็ครอนสันก็ยังจะโดนกัดอยู่ดี
เขาว่าน้ำมันที่กัดน้อยสุดคือน้ำมันไฟแช็ค Zippo เห้นมีขายที่ B2S แต่เห็นราคาแล้วซดไม่ลงจริงๆ 555
รวมๆ  พึงระวังอย่าให้ไปโดนส่วนพวกเดือยหรือสวมยัดจะดีกว่า ทางที่ดีแยกชิ้นเป็นชิ้นๆวอชได้ยิ่งดี แต่ภาคปฏิบัติคงยาก  ทางที่ดีควรระวังเป็นหลัก

ซึ่งผมก็ใช้น้ำยาประสานอะครีริกติดเอาตรงส่วนที่หักๆ  แน่นกว่ากาวฟาขาวหรือฟาเขียวทามิย่าน่ะ  เพราะมันกัดแรงกว่า


การวอชก็วอชแบบทิ้งคราบเอาใว้  จะมากจะน้อยตามความฮาร์ดคอร์ของแต่ละคน
เวลาผมเช็ด ผมใช้ืทิชชู่นะ คัตตอนบัดในรูปตอแหลชัดๆ


การเช็ด ผมจะแบ่งเป็นเช็ดหยาบกับละเอียด คือเช็ดให้ออกเยอะก่อนแล้วค่อยเช็ดเก็บอีกที


หลังเช็ดออก


ถ้าคราบน้อยไปก็ทาซ้ำ  ทำรอยอื่นๆก็อย่างเช่นเอาทิชชู่จุ่นสีเอนาเมลที่วอช แล้วแปะๆเอา จะเป็นรอยหรือเอาภู่กันที่สีแห้งคาจุ่มสีเอามาแปะๆ ทำรอยกระเทาะ


หลังวอชเสร็จ




พอเสร็จทั้งตัว เอาไปพ่นเครียร์ด้านอีกรอบ  เพราะเราจะดรายบรัช + ปรับสภาพผิวด้วย 
เวลาทำรอยเพิ่มแล้วไม่พอใจ  เวลาล้างออก มันจะได้ไม่ล้างออกจนหมด


หลังพ่นเครียร์ด้านอีกรอบ จะเห้นได้ว่าคราบต่างๆ ซอร์ฟลงไปเยอะ
บางครั้งเราจะเห้นว่ามันรอยสกปรกมาก  เพราะความต่างของสีมันกับสีด้าน  พอพ่นด้านไปแล้วมันจะกลืนมากขึ้น


ต่อไปจะดรายบรัช  ใช้สีเงิน + ดำ
ทินเนอร์ที่ใช้ผมใช้ทามิย่านะ  แต่ขั้นตอนที่ผ่านมาผมใช้ น้ำมันไฟแช็ครอนสันตลอด
ที่ใช้ทามิย่าเพราะมันแห้งช้ากว่ารอนสันน่ะ


ภู่กันผมใช้ภู่กันแบนน่ะ
เวลาดรายบรัชก็ขยันล้างภู่กันหน่อยก็ดี  เพราะสีมันชอบแข็งคาภู่กัน แล้วเวลาดรายบรัชประสิทธิภาพมันน้อยลงน่ะ


การดรายบรัช  เราจะใช้สีติดภู่กันแบบหมาดๆ  ก็เอาภู่กันจู่มสีไปปัดกับทิชชู่เพื่อซับสีออกก่อน


ปัดไปเรื่อยๆจนได้สีเท่าที่ต้องการน่ะแหล่ะ  คือถ้าสีติดถู่กันมาก  เวลาปัดจะมีรอยมาก แบบว่าแรงกว่า
แต่ถ้าสีติดภู่กันน้อย เวลาปัดรอยจะเล็กกว่า ละเอียดกว่า แบบว่ารอยจะเบากว่า  แล้วแต่การใช้งาน


เสร็จแล้วลองปัดกับพื้นดู.......  เพราะทิชชู่มันนิ่ม พื้นมันแข็งสมจริงกว่าปัดบนทิชชู่


เสร็จแล้วก็ปัดตามขอบมุม
ถ้าสีติดภู่กันมาก  รอยจะใหญ่


ส่วนเท้าผมจะชอบเล่นแรงๆหน่อย


เสร็จแล้วก็ไปปัดตามขอบ อันนี้ผมจะใช้ภู่กันที่แห้งขึ้นไปอีก  ไม่งั้นรอยมันจะใหญ่  ตามขอบแบบนี้อยากได้รอยแบบละเอียดกว่า


รวมๆ สำหรับตัวนี้ผมไม่อยากทำสกปรกมากนะ  เพราะมันเป็นหุ่นเทพ
ดรายบรัชสำหรับตัวนี้ผมจะบรัชเฉพาะสีเทา  ส่วนของแดงจะใช้วอชอย่างเดียว
เพราะถ้าเอาสีเงินไปปัดสีแดง สีแดงจะดูดรอปลงเพราะสีเงิน ผมอยากคงความสดของแดงใว้เลยจะไม่ปัดเงินบนแดง จริงๆเอาแดง+ดำ หรือแดง+ขาวไปปัดก็ได้  แต่ส่วนตัวผมอยากคงความแดงระดับนี้ใว้ เลยหยุดแค่นี้แหล่ะ  เพราะถ้าเวทเทอริ่งมากสีจะเริ่มเพี้ยนไป


เอาไปพ่นเครียร์ด้านอีกรอบ...  หลังพ่นเครียร์ด้าน  สีมันจะกลืนมากขึ้น  ถ้าอยากให้สกปรกระดับใหน ทำให้แรงเผื่อเอาใว้ด้วยเลย

จริงๆเทคนิคเวอทเทอริ่งมีอีกเยอะ  แต่ผมใช้แค่นี้แหล่ะ (ขี้เกียจ) ส่วนตัวผมก็ยังทำไม่เก่งเหมือนกัน  คือยังกะไม่ค่อยถูกว่าจะแรงไปหรือน้อยไป แบบว่ายังหาจุดยืนไม่ได้  แต่ถ้าไม่ทำก็คงดองเค็มตลอดกาล  ทำดีกว่าไม่ได้ลองล่ะนะ.......


สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/

ออฟไลน์ naroki

  • Verified User
  • กัน-โอตะ
  • *
  • กระทู้: 3,276
  • Like: 544
  • Time and space with magic
Re: [Naro-⑨-Project] Mission 5 : "Last Duty"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 12, 2012, 10:03:58 PM »

เสร็จแล้วน่อ

http://www.thaigundam.com/forum/index.php?topic=24655.0


[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=J6xTT9DSNd0[/youtube]
To be continue ?

สร้างเพจละนะ
https://www.facebook.com/Narokiastray/